วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550

บทที่ 09 มาทำอาหารของลูกให้ครบ 5 หมู่

ควบคุมการชัก ดี
โภชการการ ดี
กายภาพ ดี

ถ้าเราดูแล 3 เรื่อง ดี เด็กก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น นั่นคือ
1. กายภาพดี : หมายถึง กายภาพอย่างพอเพียง ทุกข้อไม่ยึดติด เราสามารถสังเกต ได้ว่ากายภาพเพียงพอหรือเปล่าโดยดูจากร่างกาย ถ้านิ่มเหมือนเราคนปกติก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าจับแล้วตามร่างกายแข็งเหมือนท่อนไม้แสดงว่า ไม่เพียง

2.ควบคุมการชักได้ดี : หมายถึง ถ้าเด็กคนนั้นแม่กายภาพอย่างเพียงพอ แต่มีอาการชักเป็นระยะแสดงถึงอาการไม่ดี อยู่แล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องควบคุมการชักไม่ให้เกิดหรือถ้ามันจะเกิดก็ให้น้อยที่สุด เท่าที่เราจะทำได้

3.โภชนาการที่ดี : หมายถึงเด็กต้องได้รับอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อไปบำรุงเลี้ยงสมองส่วนที่ดีให้มีประสิทธิภาพซึ่งจริง ๆแล้วกการกินกับเด็กสมองพิการเป็นเรื่องยากอยู่พอควร


3 เรื่องใหญ่ เมื่อเราควบคุมได้อย่างดี...รับรองได้ว่า ชีวิตของลูก...มีอายุยืนได้แน่นอน

บทนี้ เรามาให้เรียนรู้ประสบการณ์เก่าๆ ของแม่ เรื่องการทำอาหารให้ลูก...ครบ 5 หมู่ กันดีกว่า

แรกเริ่มเดิมที ตั้งแต่ลูกหินยังไม่เจาะหน้าท้อง ลูกมีภาวะเกร็งที่บริเวณลำคอ เรารู้ได้อย่างไรว่าลูกเกร็ง
เห็นลูกลำสักทุกครั้งที่เราป้อนข้าวเค้า นั่นเป็นอาการเกร็งในลำคอที่มองไม่เห็น

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้คือ เมื่อลำลักมากๆ อาจลงไปที่ปอดได้ ปอดก็จะบวมและเป็นโรคปอดบอม ซึ่งต้องเข้าไปรักษากันในโรงพยาบาลอีก
ดังนั้นถ้าเด็กคนไหนยังไม่เจาะท้องต้องระวังเรื่องการลำลัก ....เด็กพิการเวลาเสียชีวิต ส่วนใหญ่ไม่ใช่มาจากโรคสมองพิการ
แต่เป็นภาวะของโรคที่แทรกซ้อนเข้ามามากกว่าเช่น เรื่องปอดบวม เป็นต้น

ดังนั้นข้าว ควรมีลักษณะนิ่น และไม่เหลวจนเกินไป เพราะย่ิงเหลวเป็นน้ำ การลำลักก็ยิ่งมากขึ้น ในอดีตแม่ใช้วิธีตุ๋น

บันทึกการกินข้าวของลูกหิน เมื่ออายุ 3 ขวบ

food before 1.jpg


food before 2.jpg


3.jpg


food before 4.jpg


food before 5.jpg


food before 7.jpg


food before 6.jpg





เวลาป้อน ให้ป้อนคำเล็กๆ
food before 8.jpg




ควรกระตุ้นการกลืน ด้วยการนวดบริเวณแก้มทั้งสองข้าง
food before 9.jpg



food before 10.jpg


food before 11.jpg

• แบรนด์เด็ก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถบำรุงลูกได้เช่นกัน แต่ข้อเสียคือต้องระวังเรื่องสำลักลงปอด
• นม พีดีชัวร์...เป็นแหล่งที่ได้อาหารครบ 5 หมู่เหมือนกัน แต่ข้อเสียคือราคาแพงไปหน่อย

พอหลังจากลูกหินกินไป สำลักไป ก็เป็นโรคปอดบวม โดยปริยาย
1 ปีเป็นปอดบวม 3-4 ครั้ง ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร (ยังไม่รวมโรคอื่น)

ครอบครัวเราจึงตัดสินใจเจาะท้องเพื่อช่วยลูกไม่ทรมานในการกินข้าว เพราะสมองส่วนควบคุมการกิน เริ่มควบคุมไม่ถึง
หลายคนอาจสงสัยว่าตอนเด็กๆ ทำไมกินได้ แต่พอตอนโตทำไมถึงกินไม่ได้?

เพราะตอนเด็กสมองส่วนควบคุมการกิน ยังสามารถทำงานมีประสิทธิภาพอยู่ เมื่อร่างกายโตขึ้น แต่สมองไม่โตตาม
ทำให้การควบคุมเริ่มถอยลง เหมือนเป็นมากขึ้น ความจริงไม่ใช่ แต่เป็นเพราะสมองของลูกไม่โตตามตัวต่างหาก
ซึ่งคุณหมอก็ได้บอกกับแม่ ตั้งแต่แรกแล้วว่า ลูกจะไม่มีพัฒนาการอะไรเลย เพราะหินปูนเกาะสมองทุกส่วน

ดังนั้นจึงต้องช่วยลูกโดยการเจาะท้อง พอหลังจากเจาะเราจึงต้องเรียนรู้การทำอาหารใหม่ โดยมีส่วนประกอบและขั้นตอน
ตามร.พ.สอนมาดังนั้น
1. ใส่ข้าวสุก + ไก่ +ผักใบเขียว นำไปต้มรวมกัน ให้สุก ซื้อได้จากตลาดสดทั่วไป

food-1.jpg



2. เติมแคลเซี่ยม 1 ถุง (2กรัม) ซื้อมาจากร.พ.รามาธิบดี
food-2.jpg


3. เติมน้ำตาลเด็กซ์ตริน 1 ช้อนโต๊ะ ซื้อมาจาก ร.พ.รามาธิบดี
food-3.jpg


4. เติมน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซื้อได้จากตลาดสดทั่วไป
food-4.jpg


5. ใส่นมโอแลค 12 ช้อนตวง ซื้อได้จากสรรพสินค้าทั่วๆไป
food-5.jpg


6. ใส่เทรด 9 CC และ ซิงค์ 4 CC ซื้อได้จากร.พ. รามาธิบดี
food-6.jpg

7. นำเอาไก่ + ข้าวสุก + ผัก ต้มรวมกันให้สุก
food-7.jpg

8. เอาไปแช่ในน้ำเย็น ก่อนปั่น เพราะเครื่องปั่นอาจเสียได้ถ้าเรานำไปปั่นของร้อนทันที
food-8.jpg

9.จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างตามที่บอกเบื้องต้น ใส่รวมกันแล้วปั่น
food-9.jpg

10. ปั่นทุกอย่างรวมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
food-11.jpg

11. จากนั้นเติมน้ำรวมกันแล้วให้ได้ 600 CC แบ่งเทใส่ 4 ขวดนม
food-13.jpg

12. นำไปฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ด้วยการนึ่ง เป็นขั้นตอนสุดท้าย
food-14.jpg

13. นำไปนึ่ง ในซึ้ง 30 นาที เป็นอย่างน้อย และหลังจากนึ่ง ห้ามเปิดขวด...จนกว่าจะให้ลูกกิน
food-15.jpg

14. เสร็จแล้วนำไปแช่ด้วยน้ำเย็นจนขวดนมเย็น แล้วเอาเข้าตู้เย็นทันที
food-16.jpg

เมื่อจะกิน ก็ให้เปิดทีละขวด

ช่วงแรกๆ ครอบครัวของเราปรับตัวมากพอสมควร ต้องวิตกกังวลหลายอย่าง ทั้งเรื่องอาหารที่ต้องเรียนรู้ใหม่ ทั้งเรียนการทำความสะอาดแผลหน้าท้อง...แต่ปัจจุบันชีิวตของเราง่ายขึ้น ลูกหินป่วยน้อยลงเพราะเค้าได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ ภาวะเรื่องปอดบวมลดลงแทบไม่มีเลย ลูกเจาะท้องมาทั้งแต่ ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน

2 ความคิดเห็น:

Atira กล่าวว่า...

คุณเป็นแม่ที่ประเสริฐมากๆเลย อ่านแล้วขอเอาใจช่วยนะคะ น้องน่ารักมากเลย และดูเค้ารักคุณแม่มากเช่นกัน

เดียร์ กล่าวว่า...

นับถือใจของคุณแม่จริง ๆ ค่ะ สู้ต่อไปนะคะ น้องลูกหินก็น่ารักมากเช่นกันค่ะ