วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550

บทที่ 03 เรื่องยืน...สำคัญอย่างไร...ทำไมต้องใส่ใจ

การฝึกยืนมีความสำคัญซึ่งช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง
และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ดีขึ้น

แต่การที่จะฝึกยืนนั้นต้องพิจารณาถึงตัวเด็กว่ามีความพร้อมหรือไม่
เพราะถ้ามีข้อสะโพกเกร็งหนีบ ข้อเข่าติดงอ ข้อเท้าเกร็งจิกลง
ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขก่อนจะฝึกยืน

นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความคาดหวังและความพร้อมของผู้ดูแลด้วย
เพราะการฝึกยืนต้องใช้ระยะเวลาในการฝึก ผู้ดูแลบางรายอยากดูแลให้ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น

แต่บางรายอยากให้ผู้ดูแลสามารถเดินได้ก็พร้อมที่จะให้เวลาแก่เด็กในการฝึกยืน ในเด็กที่เริ่มฝึกยืนและเดิน
ควรพิจารณาใช้ กายอุปกรณ์เสริม* เพื่อช่วยควบคุมการเกร็ง และเพิ่มความมั่นคงของเท้าและขา
เช่น การเสริมรองเท้า สปริงเท้า เป็นต้น

*(กายอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์ในการช่วยบังคับยส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ให้ผิดรูปจากไปจากคนปกติ
เช่น สปริงขา และเท้า ก็คือ อุปกรณ์บังคับมือและเท้าให้อยู่ในรูปปกติ )


1. เพื่อช่วยแก้เท้าที่ผิดปกติ

2. เพื่อควบคุมการจิกเกร็งของข้อเท้าและการเกร็งแอ่นของเข่า
3. เพื่อควบคุมการงอของเข่า และสะโพก

(ขอบคุณคุณวรรณภา...จากคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ให้ข้อมูล มาเผยแพร่ในเว็บด้วยค่ะ)

กระดูกจะแข็งแรง และเติบโตได้ เพราะเราสามารถลงน้ำหนักได้เต็มฝ่าเท้า แต่เด็กสมองพิการไม่สามารถยืนได้ถูกต้องด้วยตัวเองเพราะสมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ ทำให้ยืนเองไม่ได้ และอนาคตอาจเป็นโรคกระดูกเปราะบาง แตกหักได้ง่าย

ดังนั้น การฝึกยืน จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเด็กพิการมาก เพราะถ้าวันนี้เรายังไม่ป้องกันโรคเหล่านี้ สักวันต้องพบกับปัญหาโรคกระดูกพรุนอย่างแน่นอน

เป้าหมายของลูกหิน การฝึกยืนไม่ใช่เพื่อให้เดินได้ แต่เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ดังนั้นพ่อแม่ควรรู้ว่าทำไมเราจะต้องฝึนให้ลูก เพราะอะไร

ตัวอย่าง และวิธีการยืนของลูก

1. ก่อนและหลังยืนทุกครั้งต้องนวดเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวทั้งก่อนยืนและหลังยืน

stanup-1.jpg






2. ใส่ถุงเท้า เพื่อป้องกันการเสียดสีผิวของลูกกับรองเท้าฝึกยืน

stanup-2.jpg






3. รองเท้าฝึกยืนของลูก จะสังเกตุว่าความสูงของส้นเท้าไม่เท่ากัน ด้านซ้ายส้นเท้าสูงกว่า เพราะข้อสะโพกหลุดไป 3 ซม.
เวลายืนจะไม่เท่ากัน ดังนั้นรองเท้าต้องเสริมให้เวลายืนพอดีกัน

stanup-3.jpg






4. จากนั้นก็จับใส่ ตามรูป

stanup-4.jpg






5. ใส่เสร็จทั้ง 2 ด้านแล้ว เป็นแบบนี้

stanup-5.jpg






6. อุ้มไปทิ้วฝึกยืน (ทิ้วคือ อุปกรณ์ฝึกยืนสำหรับคนพิการที่ยืนเองไม่ได้)

stanup-6.jpg






7. ถึงทิ้วฝึกยืนแล้ว วางลูกให้ตรงกลางทิ้ว

stanup-7.jpg






8. ทิ้วฝึกยืน จะมีที่รัด 3 ระดับ คือ ตรงเข่า สะโพก และหน้าอก

stanup-8.jpg






9. ใช้หมอนข้างยาว 3 ใบ โดย 2 ใบแรก ขนาบไว้ข้างลำตัว อีกใบใส่ไว้ตรงกางขา เพื่อบังคับให้ขาตรงไม่บิวเบี้ยว

stanup-9.jpg






10. เมื่อรัด 3 ระดับแล้ว ให้รัดระดับอกหลวมที่สุด เพื่อป้องกันลูกหายใจไม่สะดวก

stanup-10.jpg






11. เมื่อจัดดีแล้ว หมุนปรับระดับไปที่ 45 องศาก่อน

stanup-11.jpg






12. ให้หมุนไปที่ระดับ 45 องศา แล้วหยุด...จากนั้นกลับมาเช็กการยืนที่ถูกต้องของลูกใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า ต้องแน่ใจว่าเข่าลูกไม่งอ และอยู่ในท่ายืดเข่าตรง

stanup-12.jpg






13. จากนั้นกดตรงบริเวณหัวไหล่อีกครั้ง เพื่อให้น้ำหนัก ลงไปถึงบริเวณฝ่าเท้าจริงๆ

stanup-13.jpg






14. จากนั้นปรับระดับไปที่ 75 องศา

stanup-14.jpg






15. เสร็จแล้ว พรีเซ็นเตอร์ คนเก่งของเรา ร้องไห้ แงๆๆๆ

stanup-15.jpg





ข้อควรระวัง

1. เมื่อยืนแล้ว ต้องเช็กให้ดีว่าลูกยืนหัวเข่ายืดตรงไหม ถ้ายืดไม่ตรง โดยที่หัวเข่างอในขณะที่ลูกยืน จะทำให้กระดูกเบี้ยวผิดพลาดและเจ็บ
ตรงบริเวณหัวเข่าแทน เพราะน้ำหนักลงผิดที่

2. ไม่ควรยืนเกิน 40 นาที สามารถยืนได้บ่อยๆ หรืออย่างน้อยควรยืนวันละครั้ง เพื่อป้องกันกระดูกเปราะในอนาคต

3. ตรงสายคาดหัวเข่า เวลาดึงออกให้ใช้มือกดไว้ก่อน เพราะตอนยืนเอ็นตรงใต้เข่าจะดึงมาก ดังนั้นเวลาดึงสายออกจึงต้องใช้มือกดแทนไว้ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ดึงมือออกเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนข้อเข่าได้ผ่อนคลาย เด็กจะได้ไม่เจ็บ

ไม่มีความคิดเห็น: