วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2550

บทที่ 07 ชีวิตประจำวันลูก...อาบน้ำ...ทำแผลหน้าท้อง

วันที่เขียนบันทึก วันที่ 10 กันยายน 2550 ลูกหิน อายุ 7 ขวบ น้ำหนัก 18 กิโลกรัม ... เรายังสามารถอุ้มลูก พาไปอาบน้ำไหวอยู่...แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า เมื่อลูกน้ำหนักเยอะกว่านี้ เราจะใช้วิธีอะไร พาลูกไปอาบน้ำ โดยที่หลังคนอุ้มไม่เจ้ง ไปเสียก่อน...น่าคิด...

แต่ตอนนี้...ยังไม่เกิดปัญหานั้น...ก็อย่าพึ่งไปคิดมันเลย ชีิวิตของเด็กพิการ ไม่มีแบบฟอร์มที่ลอกเลียนกันได้...มันต้องเจอกับตัวเองแล้วจะรู้ว่า รสชาติของชีวิตมันเป็นยังไง...แต่ถึงอย่างไร ฉันก็ไม่เคยท้อ ต่อปัญหา แม้ว่าจะยากขนาดไหนก็ตาม รู้สึกภูมิใจซะอีกที่ได้เกิดเป็นคน ทำอะไรได้ตั้งมากมาย ทั้งๆ ที่ไม่ทำมาก่อน...

ชีวิตมันมีคุณค่าก็ตรงนี้แหละ ได้คิด ได้ทำ ได้แก้ปัญหา ให้กับลูกสุดที่รัก และที่สำคัญ กำลังเผยแพร่ประสบการณ์ชีวิตของลูก เผื่อแผ่ไปให้คนอื่น ที่หลายคนอาจมองไม่ออก...เด็กคนหนึ่งอายุ 7 ขวบ นั่ง ยืน เดิน ไม่ได้ตลอดชีวิต นอนอย่างเดียว ชีวิตประจำวันเรื่องง่ายๆ การอาบน้ำจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ลูกหินพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างก็คือ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ต้องล้างแผลหน้าท้องด้วย เพราะสมองส่วนที่ควบคุมการกิน ทำงานไม่ดี ทำให้ลูกกินข้าวเองไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปทุกข์มัน ในเมื่อมันกินไม่ได้จากปาก ก็ใส่ตรงให้ถึงท้องเลย..ลูกจะได้ไม่ทรมานด้วย

เพราะก่อนหน้าที่จะเจาะท้อง ลูกทรมานมาหลายปี กินไม่ได้ กินแล้วอ้วก อ้วก อ้วก วันละ 7-8 รอบ สงสารก็สงสาร กลัวก็กลัว หลังเจาะ ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

รู้อย่างเดียวว่า ถ้าไม่เจาะ ลูกคงทรมานอีกนาน...เพราะหลายโรคก็มาแทรกซ้อนเยอะแยะไปหมด เด็กพิการทางสมองส่วนใหญ่ ไม่ได้เสียชีวิตเพราะโรคของเค้าเองหรอก แต่จะเสียชีวิตเพราะโรคแทรกซ้อนซะมากกว่า และลูกหินเองก็เคยเป็นโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ บ่อยมาก และที่เป็นบ่อยที่สุดก็ได้แก่
1. โรคปอดบวม เพราะอ้วกลงปอด
2. โรคขาดสารอาหาร ป่วยง่าย เพราะกินไม่ค่อยได้ อาหารก็ไม่ค่อยถึงร่างกาย การสร้างภูมิต้านทานโรคจึงต่ำตามลงไป
3. โรคกระเพราะปัสสาวะอักเสบ ข้าวยังกินยากเลย น้ำก็ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งไม่ได้กินเข้าไปใหญ่

ทำใจยากน่ะกว่าจะเจาะได้...แต่หลังเจาะ...ช่วงแรกก็ทรมานกับงานที่เพิ่มขึ้น
เพราะต้องฝึกทำข้าวเอง ฝึกล้างแผลให้ปลอดเชื้อ กลัวระวังหน้าท้องไปหมด

แต่ไม่อยากบอก...ชีวิตตอนนี้สบาย ลูกเองก็สบาย เพราะไม่ทรมานจากหลายโรคที่กังวลอยู่ ป่วยลดลงอย่างเห็นได้ชัด...เพราะได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ ตามที่ร่างกายควรได้รับ

เราอยู่กับแผลหน้าท้องมา 2 ปีแล้ว ยังไม่เคยมีปัญหาเรื่องแผลติดเชื้อเลย แต่เราก็ไม่ประมาท...ดูแลกันอย่างดี...ไปดูกันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

shower7.JPG
ก่อนอาบน้ำ ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ครบก่อน เสื้อผ้า โลชั่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผ้าเช็ดตัว...ลูกจะได้ไม่หนาวมาก เราก็ไม่ต้องลุกๆ นั่งๆ บ่อยด้วย เดี๋ยวหลังเสีย



shower2.JPG
วันนี้ลูกหินสระผม เพราะพึ่งตัดผมมา



shower3.JPG
น้าจิตรนั่งยอก ยอก อาบน้ำ...สงสารหลังน้าจิตรหมือนกัน...แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร




shower5.JPG
อาบถู ล้างสักพัก...พาลงอ่างเลย เมื่อก่อนตัวเล็ก ก็ลงอาบได้สบาย แต่เดี๋ยวนี้โตแล้ว พอลงอ่างตั้งแต่แรก แล้วล้างไม่หมด น้ำไม่พอ เลยต้องใช้วิธีนี้แทน



shower6.JPG
ดูซิตัวโต...อ่างแน่นเลย





shower8.JPG
อุปกรณ์ทำแผลลูกหิน...แก้วที่เห็น ต้องลวกน้ำร้อนทุกครั้งก่อนใช้เพื่อปลอดเชื้อ
มีน้ำเกลือล้างแผล เบตาดีน ใส่แผลทุกครั้งกันเชื้อโรคไว้ก่อน อุปกรณ์ให้อยู่เป็นเซ็ตไปเลย เวลาใช้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหา
เพราะกิจวัตรประจำวันลูกเยอะ...กรุ๊ปทุกอย่างไว้ในที่เดียว เพื่อประหยัดเวลาให้มากที่สุด


shower9.JPG
เอาสำลีใส่แก้วปลอดเชื้อ ส่วนมือต้องล้างให้สะอาดก่อนทุกครั้ง





shower10.JPG
เช็ด โดยจากในไปนอกทุกครั้ง อย่าย้อนไป ย้อนมา





shower11.JPG
สายลูกหินพิเศษกว่าเพื่อนหน่อย เพราะเป็นเหมือนกระดุมแป็ก สายถอนเข้า ถอนออกได้





shower12.JPG
จากนั้นทาเบตาดีน




shower13.JPG
ทาเบตาดีน เสร็จแล้ว เป็นอย่างงี้




shower14.JPG
ใส่ผ้าก๊อต กันน้ำลึมออกมาเลอะเทอะเสื้อผ้า แผลก็จะได้สะอาดด้วย





shower15.JPG
เสียบต่อสายกันเลย




shower16.JPG
ต่อสายเสร็จแล้ว...หน้าตาก็จะเป็นอย่างที่เห็นจ้า



shower17.JPG
เสร็จแล้ว มาให้นมกันดีกว่า



เห็นไหมว่าไม่ยากเลย...

2 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ คุณแม่ และน้าจิตร ในการดูแลน้องลูกหินนะคะ

จากใจค่ะ

tonmai กล่าวว่า...

สู้ๆนะคะ สงสารน้องจังค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ที่เข้มแข็งคนนี้ด้วยนะคะ