ผลจากการฝึกของปี 2549 ได้มีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในทักษะด้านต่างๆ ทำให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้น ได้แก่ พัฒนาการด้านภาษา สามารถรับรู้ได้ สื่อสารออกมาได้ เช่น ยิ้ม ดีใจ เป็นต้น เมื่อรวมกันฝึก ภาวะการเจ็บป่วยลดลง หรือบางคนอาจป่วยแต่พอฟื้นกลับคืนมา พัฒนการไม่ถ้อยเหมือนอดีต
ปัญหาต่างๆ ของเด็กได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ปัญหาไม่ได้หยุดเท่านี้ สิ่งสำคัญรองลงมาคือ ผู้ดูแล ซึ่งเห็นว่า เด็กพิการจะดีได้ และได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพต้องมีคนดูแลที่มีคุณภาพทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ
เด็กถึงจะมีคุณภาพได้ ดังนั้นเป้าหมายในปี 50 จึงต้องใส่ใจใน 2 เรื่องใหญ่ด้วยกันคือ
1 เรียนรู้ พัฒนาโปรแกรมสำหรับเด็กให้เหมาะสมกับวัยที่เจริญเติบโต
2) ป้องกันและแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับ “ผู้ดูแลเด็กพิการ” ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
กิจกรรมตลอดทั้งปี 2550
1. ฝึกประจำทุกวันพฤหัสบดีและศุกร์
มีการฝึกกิจกรรมเหมือนปี 2549 ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่ 10.00-14.30 น.
2. กิจรรมให้ความรู้ต่างๆ ที่สำคัญในการเลี้ยงดูและฝึกเด็กตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อแก้ปัญหาจากปี 2549
วิทยากร : Mr. Mario schuroth ผู้ช่วยแพทย์จากประเทศเยอรมัน
หัวข้อความรู้ : ตอบปัญหาทุกอย่างในสิ่งที่แม่อยากรู้เกี่ยวกับลูก
เนื้อหาในการอบรม
เป็นการถามปัญหาของตัวเอง แล้วให้ท่านวิทยากรเป็นผู้ตอบโดยมีล่ามมาแปลเป็นภาษาไทยให้อีก
ข้อดี
ได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับ ยา เข้าใจภาวะเมื่อลูกหงุดหงิด การป้องกันและการแก้ไขเบื้องต้นเรื่องปัสสาวะขัด เทคนิคการเคาะปอด เป็นต้น ทำให้รู้เรื่องราวหลากหลายจากมุมมองจากทั้งพ่อแม่กันเอง และทั้งของวิทยากร และมีการปรับปรุงประยุกต์ใช้กับลูกอย่างเหมาะสม
ข้อเสีย
เวลาน้อย...เพราะต้องเผื่อเวลาไว้แปลด้วย...ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องเวลา
วิทยากร : อ.สมทรง จากร.พ.รามาธิบดี
หัวข้อความรู้ : การบำบัดความเครียด
เนื้อหาในการอบรม
เป็นการบรรยายช่วงต้นให้รู้ถึงสภาวะการเครียดเกิดขึ้นมาจากทางไหนบ้าง และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่า ตัวเองมีเรื่องอะไรที่ทุกข์บ้าง หลังจากนั้นมีการประเมินความเครียดด้วยการกรอกแบบสอบถาม ซึ่งสรุปได้ดังนั้น
มีผู้เข้าร่วม 9 ครอบครัว
6 คน มีสภาวะปกติ ไม่เครียด
2 คน มีสภาวะเครียดปานกลาง
1 คน มีสภาวะเครียดสูงกว่าปกติ
ข้อดี
1. ได้รับรู้ถึงปัญหาของเพื่อนๆ และได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาของเพื่อนๆ ที่แตกต่างกัน
2. ได้ระบายความรู้สึกเครียดที่อยู่ส่วนลึกของจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
3. ได้รับรู้ถึงระดับความเครียดตัวเอง ว่าขณะนี้ มีความเครียดมาก น้อยเพียงใด จะได้แก้ปัญหาได้ทัน
4. ได้รู้ถึงวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้องจากผู้อบรม
5. ประทับใจในตัวคณะวิทยากรทุกคนที่มอบความรู้ให้ถึงบ้านด้วยความจริงใจ
ข้อเสีย
1 ระยะเวลาในการให้ความรู้สั้นไป อยากให้เวลานานกว่านี้
2. ต้องเผื่อผู้อบรมเพ่ิม ในกรณีป่วยกระทันหัน จะได้มีสำรองทันที เด็กๆ และผู้ปกครองจะได้ไม่เสียโอกาส
3. ผู้ปกครองมาช้า ทำให้วิทยากรต้องรอ...ควรปรับปรุงไม่ให้วิทยากรต้องรอ
วิทยากร : อ.ปาริชาติ จากร.พ.รามาธิบดี
หัวข้อความรู้ : กิจกรรมกายภาพ ครั้งที่ 1
เนื้อหาในการอบรม
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการพบนักกายภาพ ทำให้การเรียนรู้เป็นการสอบถามว่าเท่าที่ผ่านมาได้ทำกายภาพอย่างไรบ้าง พอหลังจากนั้น นักกายภาพก็เริ่มแนะนำในท่าทางต่างที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคน โดยการเน้นกายภาพควบคู่กับการสื่อสารกับลูก และที่สำคัญต้องมีการทำที่แผ่วเบา อ่อนโยน และให้เทคนิคมากมาย จากคนที่ไม่เคยรู้เรื่องกายภาพ ก็สามารถเข้าอย่างง่าย และคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว ก็ได้เทคนิคที่สำคัญไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วย
ข้อดี
1. ทุกๆ คนได้รับความรู้ใหม่ และได้ทบทวนความรู้เก่า พร้อมเทคนิคที่มากมาย
2. ทำให้พ่อๆ แม่ๆ มีความมั่นใจในการดูแลลูกมากขึ้น
3. ในการอบรม นักกายภาพจะบอกถึงเป้าหมายในการฝึกลูกเสมอ ทำให้รู้หลักได้อย่างง่ายๆ
4. สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเจาะจออย่างได้ผล พ่อแม่เข้าใจอย่างถูกวิธี
ข้อเสีย
1. ผู้ปกครองมาไม่พร้อมเพรียงกัน ทำให้นักกายภาพต้องคอย...เสียโอกาสในการฝึกไป
2. เวลาในการให้ความรู้น้อยไป อยากเพ่ิมให้มากกว่านี้
วิทยากร...พ่อแม่เก่าที่มีความรู้เรื่องโดสะโฮ
ห้วข้อความรู้ : กิจกรรมโดสะโฮ
เนื้อหาในกิจกรรม
เนื่องจากผู้ปกครองเก่าหลายคนได้มีโอกาสเข้ารับการอบรม โดสะโฮ จากวิทยากรญี่ปุ่นมาหลายปี แต่ความรู้ยังอยู่เท่าเดิมไม่กระจายไปยังผู้ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม ดังนั้น การทบทวนกิจกรรมโดสะโฮครั้งนี้มีเป้าหมายว่า
1. ทบทวนความรู้เก่าโดยพ่อแม่ฝึกลูกตัวเอง
2. ฝึกการบรรยายโดยคนเก่าสามารถบรรยายเป็น และคนใหม่เข้าใจการบรรยายได้
3. ฝึกเปลี่ยนลูก เพื่อให้เกิดทักษะไม่เฉพาะกับลูกตัวเองเพื่อเตรียมช่วยเหลือเด็กคนอื่นต่อไปอีก
4. ตอบปัญหาสงสัยซักถาม-ตอบ โดยคำถามมาจากพ่อแม่ใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกอบรมเลย และพ่อแม่เก่ามาช่วยกันตอบปัญหา โดยมีครอบครัวผ่านการฝึกอบรมมา 4 ครอบครัว และครอบครัวไม่ผ่านการฝึกอบรมมา 3 ครอบครัว
ข้อดี
1 ได้ฝึกบรรยาย
2. ได้ฝึกการแลกเปลี่ยนลูกของกันและกัน
3. เข้าใจในการจัดโปรแกรมมากขึ้นว่าอะไรควรทำก่อนหลัง
4. แม่ใหม่เข้าใจและสนใจ สามารถไปใช้ได้จริง
5. แม่เก่า ความรู้แน่นขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น
6. ได้ความรู้ใหม่จากการ ดึงความคิดเห็นของแต่ละคน
7. แม่นกเข้าใจและเห็นปัญหาที่แท้จริงของกิจกรรมโดสะโฮ
8. เห็นพัฒนาการของแม่มือเก่าอย่างชัดเจน
9. เด็กๆ สามารถอยู่ได้ในกิจรรมทั้งวันโดยดูจากเด็ก ไม่ร้องไห้ งองแง
10. มีการทำงานเป็นทีมเวิรค์อย่างดี
ข้อเสีย
1. ต้องจัดช่วงบรรยายให้มากกว่านั้น โดยเฉพาะแม่ๆ ใหม่ที่ยังไม่มีทักษะ
2. ต้องแก้ปัญหาแผ่นรองพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการฝึก
3. ต้องมีพักเบรค สัก 2 ช่วง เพื่อเปลี่ยนอริยาบทของแม่ๆ ลูกๆ
วิทยากร : จากร.พ.พระมงกุฏ โดยร.พ.รามาธิบดีเป็นผู้เชิญมาบรรยาย
หัวข้อความรู้ : การจัดท่าทางสำหรับผู้ปกครองในการดูแลเด็กพิเศษ
เนื้อหาในกิจกรรม
เนื่องจากเด็กเริ่มโตวันโตคืน ทำให้ผู้ปกครองมีปัญหาเรื่องปวดหลัง บวกกับยังไม่ได้ความรู้ที่แท้จริงจากไหน ว่าอุ้มอย่างไรเราจึงจะปลอดภัย ดังนั้นในเนื้อกิจกรรมจึงเน้นและได้ความรู้เยอะ เช่น วิธียกเด็กอย่างไรที่มีน้ำหนักมาก จึงจะปลอดภัย วิธีแก้ปวดหลัง วิธีเคลื่อนย้ายไปวิวแชร์อย่างถูกต้อง จัดการอย่างไรกับการปวดหลัง ปวดไหล่ การดูแลรักษาการอักเสบของกล้ามเนื้อ วิธีแก้ปวดหลังแบบง่ายๆ ความรู้เรื่องยาแก้เคล็ดขัดยอก วิธีบริหารท่าปวดหลัง วิธีเช็กว่าตัวเองเกร็งหัวไหล่หรือเปล่า เป็นต้น เป็นการบรรยายไป ทำไป โดยเน้นทำให้เห็นภาพ
ข้อดี
1. ได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเองและการเคลื่อนย้ายเด็กอย่างถูกต้อง
2. รู้เทคนิคต่าๆ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
3. มีความรู้บางอย่างที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด ทำให้รู้จริงและระวังตัวได้มากขึ้น
ข้อเสีย
1. จัดกิจกรรม นัดผู้ปกครองแล้วแต่ถึงวันงาน มักมีเด็กป่วยกระทันหัน
2. เนื้อหาสาระดี แต่เวลาน้อยเกินไปทำให้ต้องฟังอย่างเร่งรีบ
วิทยากร...อ.ปาริชาติ จากร.พ.รามาธิบดี
ห้วข้อความรู้ : กิจกรรมกายภาพ ครั้งที่ 2
เนื้อหาในกิจกรรม
เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 ของปี แต่ถึงแม้ว่าจะมาครั้งที่ 2 ความรู้ที่ได้ก็ยังรู้ใหม่อยู่เสมอ อาจเป็นเพราะเมื่อเราแก้ไขเรื่องอาการเกร็งของลูกได้ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม เพราะกลุ่มที่บ้านเป็นเด็กพิการรุนแรง จึงทำให้ความรู้ที่ได้แปลกไปจากครั้งที่1 อย่างสิ้นเชิง วิธีการดำเนินกิจกรรมก็สอน และให้ทำตามอย่างง่ายๆ
ข้อดี
1. ทบทวนความรู้ที่ได้จากครั้งที่ 1
2. ได้ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะท่าที่ทำให้ข้อสะโพกแข็งแรงและการกลิ้งบอล
3. มีผู้ปกครองใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับการอบรมมา ทำให้ผู้ปกครองเก่าได้มี โอการฝึกการถ่ายทอดด้วย
4. ความรู้ที่ได้รับแม้ว่าเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี แต่ก็ไม่ซ้ำกันเลย ทำให้รู้สึกว่า ยังมีความรู้อีกมากที่รอเราศึกษาอยู่
ข้อเสีย
1. วันนี้ผู้ปกครองมาเยอะ ทำให้ความรู้ที่ได้ไม่ค่อยทั่วถึง
2. เวลาในการให้ความรู้น้อยเกินไป ควรเพิ่มมากกว่านี้
3. อาหารสั่งน้อยเกินไป
4. เด้กป่วยเยอะ เลยทำให้ต้องงดกิจกรรมช่วงบ่าย
วิทยากร...อ..............จากร.พ.รามาธิบดี
ห้วข้อความรู้ : การดูแลเรื่องยาชัก หอบ
เนื้อหาในกิจกรรม
เป็นการถาม-ตอบ ในประเด็นเรื่องของการชัก การหอบ เพราะเด็กกลุ่มของเราทุกคนต้องผ่านเรื่องชัก ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องนี้ถึือว่าสำคัญมาก เพราะจะทำให้เด็กปลอดภัยก่อนส่งถึงมือแพทย์ เมื่อลูกชัก หรือหอบ ในกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นเชิงถาม-ตอบ และให้ความรู้ใหม่ๆที่พ่อแม่หลายคนไม่เข้าใจที่แท้จริง เพราะไม่ได้เรียนมา แต่ศึกษาจากอาการของลูก ดังนั้นจึงต้องเสริมส่วนที่ไม่รู้เข้าไป
ข้อดี
1. ได้เข้าใจวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น ว่าหอบต้องทำอย่างไร ชักต้องทำอย่างไร
2. ได้รู้ผลข้างเคีียงของยาแต่ละชนิด จากคำถามของพ่อแม่หลายๆคน
ข้อเสีย
1. สมาชิกเริ่มเพ่ิมเยอะขึ้น...จนเนื้อที่ในบ้านเล็กลงอย่างถนัดตา
2. ความรู้เริ่มได้ไม่ทั่วถึง เพราะกลุ่มใหญ่ขึ้น
วิทยากร : อ.ปาริชาติ จากร.พ.รามาธิบดี และเชฟจากรร.สันติบุรีรีสอร์ท (เกาะสมุย) คุณสุชัญญา ธีระปรีชากุล
ห้วข้อความรู้ : กิจกรรมกายภาพ ครั้งที่ 3 และการให้ความรู้เรื่องโภชนการ
เนื้อหาในกิจกรรม
เนื่องจากการจัดกิจกรรม 2-3 ครั้งหลังมีผู้เข้าร่วมอบรมมากเกินไปจนทำให้ความรู้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงต้องควบคุมปริมาณของผู้ปกครองให้น้อยลง ดังนั้น กิจกรรมครั้งนี้จึงมีผู้เข้าร่วม 9 ครอบครัว
โดยเน้น ผู้ปกครองใหม่ที่ยังไม่เคยได้ฝึก ในวันนั้นมีการเน้นกายภาพเรื่อง การกลิ้งบอลเป็นหลัก ให้รู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการกายภาพกลิ้งบอล และได้รับความช่วยเหลือจากร.พ.รามาธิบดี บริจาคบอลให้ที่บ้าน 2 ลูก เราเลยแบ่งปันให้กลุ่มเพื่อนที่มาจากธนบุรี 1 ลูก เพื่อให้กลุ่มศูนย์ที่นั่นได้มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้น
และให้ความรู้เรื่องโภชนาการ 1 ชม. เนื่องจากผู้ปกครองหลายคนกังวลว่าลูกผอม และกลัวลูกจะขาดสารอาหาร วิทยากรที่เชิญมาให้ความรู้ ทำงานเป็นเชฟและไปอบรมทั้งในและต่างประเทศ ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าอาหาร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ การปรุงอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และการประยุกต์อาหารมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นต้น แต่เนื่องจากเวลาที่จัดมีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่สามารถบรรยายได้ครบถ้วน ดังนั้นจึงถ่าย VDO ไว้เพื่อให้แม่ๆ ได้ทำความเข้าใจอย่างละเอียด รวมถึงเทคนิคการปรุงอาหารให้ถูกปากเด็กๆ ด้วย
ข้อดี
1. ได้ความรู้ทั้งเรื่องกายภาพ และเรื่องโภชนาการอาหาร
ข้อเสีย
1. เวลาน้อยแต่กิจกรรมแน่นเกินไป
